fbpx
Emerging Trends Advisors ประกาศสำคัญ! Emerging Trends Advisors การแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ อ่านตอนนี้

Level 18, Park Ventures Ecoplex,
57 Wireless Road, Bangkok,
Thailand 10330

ที่ดิน 3,000 ไร่ได้รับการเรียกคืน l การลงทุน 330,000 ล้านบาท

การสนับสนุนส่งเสริมที่สำคัญสำหรับ EEC และอำเภอศรีราชา

บริษัทพลังงานของสหรัฐ เอ็กซอนโมบิล มุ่งมั่นที่จะใช้จ่ายในจำนวนเงินประมาณ 330 พันล้านบาท ในโครงการขยายเอทิลีนแครกเกอร์และโรงกลั่นน้ำมันในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บริษัทแม่ในเท็กซัสได้วางแผนการขยายตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2018

เอ็กซอนโมบิล ได้เปิดดำเนินกิจการในประเทศไทยมานานกว่า 120 ปี ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่าง บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด โรงกลั่นที่ศรีราชามีกำลังการผลิตสูงสุด 174,000 บาร์เรลต่อวัน และชลบุรีเป็นจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพของโครงการเส้นทางเศรษฐกิจแนวตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ร่วมกับฉะเชิงเทราและระยอง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำลังศึกษาการจัดสรรที่ดินเพื่อรองรับการลงทุนของบริษัทเอ็กซอนโมบิล ในการขยายโครงการปิโตรเคมีที่ท่าเรือแหลมฉบัง

กระทรวงและกนอ. ได้ตกลงที่จะเรียกคืนที่ดิน 3,000 ไร่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ในจำนวนครึ่งหนึ่งหรือ 1,500 ไร่จะถูกจัดสรรให้กับโรงงานแห่งใหม่ของเอ็กซอนโมบิล ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะถูกสงวนไว้สำหรับโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในอนาคตที่กำลังจะดำเนินการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอธิบายเพิ่มเติมว่า เอ็กซอนโมบิลเสนอที่จะถมที่ดินริมฝั่งทะเลใกล้โรงกลั่นที่อยู่ในแหลมฉบัง เนื่องจากโรงงานปิโตรเคมีแห่งใหม่จะต้องมีการจัดหาวัตถุดิบจากโรงกลั่น ดังนั้นการที่ทั้งสองสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กัน จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งลงไป

ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การศึกษาเริ่มต้นแล้วในเดือนสิงหาคมและคาดหวังให้แล้วเสร็จภายในเวลาหกเดือน

นายสุริยะกล่าวว่า หากการวิจัยพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงการมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง การถมที่ดินควรที่จะเริ่มต้นดำเนินการโดยเร็วที่สุด เทคโนโลยีการถมที่ดินขั้นสูงแบบใหม่ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ดังที่เห็นได้ในหลายประเทศอุตสาหกรรม เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง

รัฐบาลไทยจะเชิญเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯและเอ็กซอนโมบิล ให้เข้ามาพบกับหน่วยงานของรัฐอีกครั้ง เพื่อสรุปแรงจูงใจในด้านต่างๆ ทางกระทรวงกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียของโครงการนี้อย่างละเอียดรอบคอบ เมื่อแล้วเสร็จโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานมากขึ้น และส่งเสริมการถ่ายโอนเทคโนโลยีขั้นสูงจากพันธมิตรต่างประเทศ

กฎหมายไทยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินโครงการถมที่ดินทั้งหมด ดังนั้น กนอ. จะเป็นผู้รับผิดชอบในกระบวนการเรียกคืนที่ดิน กิจการร่วมทุนเอกชนทั้งหมดอาจมีการสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ

นายสุริยากล่าวว่านักเคลื่อนไหวในท้องถิ่นจะคัดค้านแผนดังกล่าวและรัฐบาลจะต้องรับฟังความคิดเห็นของพวกเขา รวมถึงชาวบ้านและธุรกิจต่างๆ นอกจากนี้เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “หากการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าที่ดินที่ถูกยึดคืนสามารถสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมโครงการนี้”